Saturday, January 4, 2014

การเพิ่มยอดขายและปัญหาการทำทัวร์





1.       การเพิ่มยอดขาย

      การขายทัวร์ในโรงแรมหรือตามเคาเตอร์ทัวร์ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการพยายามเสนอขายให้คลอบคลุมความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วลูกค้าจะเข้ามาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับ Product ที่ตัวเองสนใจเป็นพิเศษแต่ไม่ได้แจ้งผู้ขายเกี่ยวกับ Product หรือโปรแกรมอื่นๆ ด้วยเหตุดังกล่าว ทางผู้ขายจำเป็นต้องรู้ว่าลูกค้าจะพักอยู่กี่วัน มีแผนไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง และจะเดินทางกลับเมื่อไหร่เพื่อจะได้ค้นหา Product อื่นๆ ที่ลูกค้าต้องการและสามารถนำเสนอขายได้เพิ่มขึ้น
     
     โดยปกติแล้ว ผู้ขายจะนำกระดาษ Recycle 1 แผ่นขึ้นมาร่างโปรแกรมการเดินทางให้กับลูกค้า การทำเช่นนั้นเพื่อเพิ่มยอดขายและช่วยวางแผนการเดินทางให้กับลูกค้าไปในตัวอีกด้วย 

ตัวอย่างการร่างโปรแกรมการเดินทางให้กับลูกค้า

DATE

4      BKK (Arrival)                                              Day 1
5      BKK ----- CNX (A)                                        DAY 2 -----> Route 1
6      Chiang Mai                                                 DAY 3
7      Chiang Mai                                                 DAY 4
8      CNX ----- HKT (A)                                        DAY 5 -----> Route 2
9      Phuket                                                        DAY 6
10    Phuket                                                        DAY 7
11    HKT ---BKK ---LHR                                       HOME -----> Route 3

กรณีศึกษาและวิธีปฏิบัติ

     วันที่ 04 มกราคม 2557 มีลูกค้าจำนวน 6 ท่านเข้ามาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับทัวร์วัด (City and Temple Tour) ทางผู้ขายได้นำกระดาษ Recycle 1 แผ่นพร้อมดินสอมาวางไว้ตรงโต๊ะด้านหน้าของลูกค้าจากนั้นทำการร่างแผนการเดินทางและท่องเที่ยวของลูกค้า ทางลูกค้าแจ้งว่าจะต้องเดินทางกลับในวันที่ 05 มกราคม 2557 เที่ยวบินเวลา 20:00 น. ทางผู้ขายร่างรายการดังกล่าวลงบนกระดาษ Recycle พร้อมให้ข้อมูลลูกค้าว่าจะต้องไปถึงที่สนามบินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง (โดยปกติแล้วถ้าเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศจะต้องไปถึงที่สนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่เนื่องจากผู้ขายต้องการให้ลูกค้าแวะชมร้านตัดสูทและร้านจิวเวอร์ลี่ด้วย ซึ่ง Agent ส่วนใหญ่นิยมปฏิบัติเช่นนั้นเพื่อหวังว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าและจะได้ค่าน้ำ) ทางลูกค้าพยักหน้าเห็นด้วย ทางผู้ขายรุกต่อด้วยการแจ้งโปรแกรมดังนี้

-          12:00 น. รถตู้พร้อมไกด์มารับที่โรงแรม ลูกค้าเช็คเอ้าท์และขนกระเป๋าขึ้นรถพร้อมออกเดินทาง
-          15:30 น. เสร็จการทำทัวร์แล้วพาแขกไปช็อปปิ้ง
-          16:30 – 17:00 น. ออกเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

ราคาขาย

- ค่าไกด์ 500 บาท (1 ทัวร์)
- ค่ารถตู้ 1 ทัวร์ + ส่งออก 2,000 บาท
- ค่าเข้าชมวัดไตรมิตรและวัดโพธิ์ 140 x 6 = 840 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด = 3,340 บาท
คิดลูกค้าคนละ 1,000 บาท = @6 x 1,000 = 6,000 THB.
เมื่อแจ้งราคาให้กับลูกค้าไปแล้ว ปรากฏว่าลูกค้าต่อราคา (ตามที่คาดการณ์ไว้) ผู้ขายจึงลดราคาลงมาเหลือที่ 5,500 บาท พร้อมทำการปิดการขายโดยบอกว่าเป็นราคาที่ลดให้พิเศษแล้วจริงๆ จากนั้นก็คำนวณค่าใช้จ่ายเป็นรายบุคคลพร้อมปิดท้ายด้วยการให้ลูกค้าดูราคา Joint Tour ที่ตกอยู่คนละ 850 บาท ลูกค้าตกลงพร้อมทำการออก Voucher



2.       ปัญหาการทำทัวร์และวิธีแก้ไข

2.1 ปัญหาเรื่องห้องพักที่จองไว้ไม่เหมือนกับในเว็บไซด์ของโรงแรม

      ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ปวดหัวมากที่สุดสำหรับผู้ขาย ทางผู้ขายเห็นว่าเคาเตอร์ทัวร์ควรจะทำการติดต่อขอ Contract กับทางโรงแรมโดยตรงจะดีที่สุดโดยไม่ต้องผ่าน Agent (Whole Sale ) โดยก่อนการทำ Contract กับโรงแรมใดๆ ก็ตาม ทาง Counter Tour ควรจะลงไป Inspection ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าห้องพักได้มาตรฐานและเหมือนกับที่ลงไว้ในเว็บไซด์ และที่สำคัญทาง Counter Tour เองก็จะได้ราคา Agent Rate จริงๆ ซึ่งสามารถขายทำกำไรได้เพิ่มขึ้น 

กรณีศึกษาและวิธีปฏิบัติ

     ลูกค้าคู่หนึ่งเข้ามาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางไปเที่ยวทะเลทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยลูกค้าสนใจไปเที่ยวเกาะสมุย ทางผู้ขายปฏิบัติเช่นเดิม นำกระดาษ Recycle 1 แผ่นออกมาร่างแผนการเดินทางให้กับลูกค้าคู่นั้น เมื่อโทรเช็คตั๋วเครื่องบินและที่พักบนเกาะสมุยแล้วปรากฏว่าเต็มหมด ทางผู้ขายเลยเสนอเปลี่ยน Destination เป็นหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ตแทน พร้อมโปรยคำใหญ่คำโตว่าเป็น World Class Destination และมีเที่ยวบินไปภูเก็ตมากกว่าที่เกาะสมุย ลูกค้าตกลงและทางผู้ขายก็สามารถหาตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับพร้อมโรงแรมได้ ทางผู้ขายเปิดเว็บไซด์ของโรงแรมให้ลูกค้าดู เมื่อลูกค้าเห็นรูปภาพและข้อมูลต่างๆ แล้วก็ตอบตกลง ทางผู้ขายทำการออก Voucher พร้อม Booking
   
    ในวันที่ลูกค้าเข้าเช็คอินกับโรงแรมเวลาราวสี่ทุ่ม ทางผู้ขายได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อกดรับและกรอกเสียงทักไป เสียงปลายทางก็ตอบกลับมาด้วยอาการโมโห...เสียงปลายทางนั้นก็คือลูกค้าของผู้ขายเอง (ผู้ขายจะเอาเบอร์โทรศัพท์ให้กับลูกค้าไว้ติดต่อสอบถามกรณีเกิดปัญหาเสมอ ผู้ขายเห็นว่าเราควรจะดูแลลูกค้าตลอดการเดินทาง ไม่ควรทิ้งลูกค้าไปผจญกับปัญหาเอง) เมื่อพูดคุยกับลูกค้าท่านนั้นทางโทรศัพท์แล้วก็ทราบปัญหาว่าห้องพักที่จองไว้นั้นไม่ถูกใจ ลูกค้าต้องการเปลี่ยนห้องภายในคืนนั้น ไม่อย่างนั้นแล้วจะขอ Refund คืนทั้งหมด แน่นอนว่าผู้ขายเองซึ่งเหนื่อยมาจากการทำงานและกำลังจะพักผ่อนต้องมาเจอกับปัญหาดังกล่าวแล้ว ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดและใจหายวับขึ้นมาพร้อมๆ กัน แต่ผู้ขายต้องระงับอารมณ์และความรู้สึกนั้นไว้โดยการถอนหายใจเข้า-ออก ลึกๆ สามครั้งก่อนตอบลูกค้าไปว่า ในกรณีการย้ายห้องพักนั้นขอไว้เป็นพรุ่งนี้ได้หรือไม่เพราะคืนนี้ดึกมากแล้วพร้อมแนะนำให้เข้าพักก่อนแล้วพรุ่งนี้เช้าผู้ขายจะรีบดำเนินการติดต่อกับทางเอเย่นต์พร้อมรีบหาที่พักใหม่ให้ทันที ทางลูกค้าสวนกลับมาว่า จะไม่ขอเข้าพักโรงแรมนี้เด็ดขาดและจะออกไปหาโรงแรมใหม่พร้อมขอ Refund คืนทั้งหมด อารมณ์ของผู้ขายเริ่มเดือดขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ต้องพยายามข่มไว้แล้วตอบกลับไปว่า คืนนี้ผู้ขายต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถดำเนินการให้ได้เพราะว่าดึกมากแล้วและทางเอเย่นต์ของผู้ขายเองก็ปิดออฟฟิตกลับบ้านกันหมดแล้ว ยังไงขอร้องให้ลูกค้าเข้าพักแค่คืนเดียวไปก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าทางผู้ขายจะรีบดำเนินการย้ายโรงแรมให้ทันที (พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังหนักแน่นพอพูดจบก็ถอนหายใจลึกยาวด้วยความเหนื่อยใจ) จนแล้วจนรอด ทางลูกค้าก็นั่งยันยืนยันหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะไม่ยอมเข้าพักแน่นอน แล้วพูดปิดท้ายขึ้นว่าจะออกไปหาโรงแรมใหม่ตอนนี้เลยและจะขอ Refund คืนทั้งหมด เมื่อผู้ขายไม่สามารถห้ามลูกค้าได้แล้วก็ตอบไปว่าถ้าลูกค้าไม่อยากพักก็ไม่เป็นไรแต่จะขอ Refund ทั้งหมดได้หรือไม่นั้นทางผู้ขายต้องปรึกษากับทางเอเย่นต์ก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบภายในวันพรุ่งนี้และปิดท้ายว่าความจริงแล้วการจองห้องพักดังกล่าวนั้นก็ได้รับการยินยอมจากทางลูกค้าเอง ทางผู้ขายหรือเอเย่นต์ไม่ได้จัดหาเพียงลำพัง ทุกอย่างดำเนินการภายใต้ความยินยอมของลูกค้าทั้งหมดทั้งสิ้น จากนั้นลูกค้าก็ตัดบทพร้อมกำชับให้ผู้ขายรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดในวันรุ่งขึ้น วันต่อมาทางผู้ขายก็รีบโทรหาเอเย่นต์เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ทางเอเย่นต์แจ้งว่าทางโรงแรมจะชาร์จลูกค้า 2 คืนและจะ Refund ในส่วนที่เหลือ (ลูกค้า Booking ไว้ 6 คืน) เมื่อทราบดังนั้นทางผู้ขายรีบโทรแจ้งลูกค้าพร้อมอธิบายเงื่อนไขของโรงแรมอย่างละเอียด ลูกค้าตอบตกลงและทางผู้ขายก็ประสานกับทางเอเย่นต์ให้ทางโรงแรมรีบนำเงินไปคืนลูกค้าทันที...

2.2   ปัญหาการจองตั๋วเครื่องบิน

     นับแต่เว็บไซด์กำเนิดขึ้น ก็เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านต่อสังคมโลก และเว็บไซด์ก็มีทั้งผลดีและผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวเช่นกัน ยิ่งปัจจุบันมีสายการบิน Low Cost Airline เกิดขึ้นอีก ก็ยิ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อการเดินทางและการทำธุรกิจท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ปัญหาหนึ่งที่ผู้ขายเจอคือราคาตั๋วหน้าเว็บไซด์ของสายการบินถูกกว่าราคาที่เอเย่นต์ขายหรือแตกต่างกันไม่มากนัก แล้วอย่างนี้คนทำธุรกิจด้านนี้จะอยู่รอดได้อย่างไร? 

โดยปกติแล้วผู้ขายจะชาร์จลูกค้าด้วยวิธีการดังนี้
 
                        สายการบินภายในประเทศ (Domestic Flight): 1 Route บวกไป 800-1,000 บาท
                        สายการบินระหว่างประเทศ (International Flight): 1 Route บวกไป 1,000 บาทขึ้นไป
              (แต่ Counter Tour Sales/Operator บางคนชาร์จมากกว่านั้น)

    ปัญหาที่เกิดขึ้นคือลูกค้าเปรียบเทียบราคาขายหน้าเว็บไซด์กับราคาที่ผู้ขายเสนอ ถ้าราคาแตกต่างกันมาก ลูกค้าก็จะถามว่าทำไมคิดค่าบริการแพงเหลือเกิน Counter Tour Sales/Operator บางคนที่อารมณ์ร้อนก็สวนกลับไปว่า ‘งั้นมึง (You) ไปจองเองเลย ไม่ต้องมาใช้กู (I)’ แน่ละการตอบลักษณะแบบนั้น ร้อยทั้งร้อยลูกค้าก็ทำหน้ายักษ์หน้ามารเข้าใส่แล้วก็เดินหนีไปไม่คิดจะกลับมาคุยด้วยอีกเลย แต่ผู้ขายจะตอบไปว่าราคาหน้าเว็บที่ลูกค้าเห็นนั้นยังไม่ใช่ Final Price เพราะเวลาที่ลูกค้าทำการ Payment ผ่านบัตรเครดิตแล้วจะมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมอีก และที่สำคัญถ้าเกิดปัญหาการจองขึ้นมาหรือลูกค้าต้องการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางก็จะทำให้ยุ่งยากเสียเวลาขึ้นมาอีก จากนั้นผู้ขายอาจเสนอลดราคาลงมาอีกเล็กน้อย แต่ถ้าลูกค้าไม่สนใจจริงๆ ก็คงต้องปล่อยไป 

   ส่วนปัญหาอื่นๆ นั้นเดี๋ยวจะมาเล่าแบ่งปันให้เพื่อนๆ ในตอนต่อไปครับ....

Wednesday, December 18, 2013

ธุรกิจท่องเที่ยว ตอนที่ 1: ธุรกิจ Counter Tour



ธุรกิจท่องเที่ยว
ตอนที่ 1: ธุรกิจ Counter Tour

     Counter Tour เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่พบเห็นทั่วไปตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งจุดที่ตั้ง Counter Tour นั้นจะอยู่ในโรงแรมที่พัก ตามถนน ซอกซอย ที่มีนักท่องเที่ยวเดินกันพลุกพล่าน เช่น ซอยสุขุมวิท 11, ถนนข้าวสาร, ย่านถนนคนเดินในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และ ปาย เป็นต้น

ธุรกิจ Counter Tour ทำอะไรบ้าง?

     ธุรกิจนี้เกี่ยวกับการขายทัวร์ จองโรงแรม ที่พัก จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ ตั๋วรถทัวร์ ตั๋วเรือ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การยื่นขอวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว Counter Tour จะติดต่อกับ Agent ที่ทำ Contract Rate กันไว้ในการขายผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Counter Tour บางแห่งก็อาจจะดำเนินการเองทั้งหมดโดยไม่ผ่าน Agent แต่อย่างใด เช่น Private Tour เป็นทัวร์ที่ทาง Counter Tour Sales/Operator จัดการหาไกด์ หารถ เองทั้งหมด นอกเหนือจากนั้น Counter Tour ที่ประจำอยู่ในโรงแรมจะต้องเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ดีกับแขกด้วย เช่น อธิบายแผนที่ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง และแหล่งท่องเที่ยวที่แขกจะไป เป็นต้น

แนวโน้มธุรกิจ Counter Tour เป็นอย่างไรบ้าง ดีหรือไม่?

     ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนและวัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสันทนาการและบันเทิง เป็นต้น จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 – 2555 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าบางปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงบ้างแต่โดยภาพรวมแล้วอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นมีการขยายตัวด้วยดีเสมอมา จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2555 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึง 22 ล้านคน และมีตลาดใหม่เกิดขึ้นมาด้วย เช่น ตลาดจีน เป็นต้น ผู้เขียนเองเชื่อมั่นว่าเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 แล้วจะทำให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้คึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่มีแนวโน้มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นและกระจายไปตามเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อีกด้วย

จากข้อมูลและสถิติดังกล่าว ผู้เขียนเชื่อว่าธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

1.       เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในยุโรปเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
2.       การเปิดตัวประชาคมอาเซียนในปีพ.ศ. 2558 จะทำให้เกิดตลาดใหม่เพิ่มขึ้น
3.       กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เช่นกลุ่ม BRIC เป็นต้นจะทำให้คนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวจะออกเดินทางไปทั่วโลกซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

ด้วยปัจจัยดังกล่าวแนวโน้ม ธุรกิจ Counter Tour ดูมีทิศทางที่สดใสอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

อยากลงทุนทำธุรกิจ Counter Tour ต้องทำอย่างไรและลงทุนสูงหรือไม่?

     การลงทุนในธุรกิจ Counter Tour นั้นไม่แตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่ผู้ลงทุนจะต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดของการลงทุนในธุรกิจนี้ก็คือทำเล (Place) ทำเลที่น่าสนใจจะต้องอยู่ในจุดที่มีการไหลเวียนของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง มีหลากหลายกลุ่มลูกค้า ไม่จำกัดเฉพาะตลาดใดตลาดหนึ่ง และผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละตลาดอย่างถ่องแท้ เช่น ตลาดอาหรับจะนิยมเดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนของประเทศแถบนั้นและสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ตลาดนี้ชื่นชอบได้แก่ ทะเล ชอปปิ้ง ไนท์ไลฟ์ การรักษาโรคและเช็คสุขภาพ เป็นต้น กลุ่มลูกค้าชาวอาหรับนิยมเดินทางเป็นครอบครัว มีการจ่ายต่อทริปต่อกรุ๊ปที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มตลาดจีน สิ่งสำคัญที่สุดของการลงทุนในธุรกิจนี้จะต้องมีใจรักในงานบริการและมีความรู้เกี่ยวกับข้อมูลท่องเที่ยวที่หลากหลาย สามารถนำเสนอสินค้าได้อย่างชัดเจน มีทางเลือกให้กับลูกค้าได้ตัดสินใจซื้อและสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีคุณธรรมและความเอาใจใส่ลูกค้าอย่างจริงใจ ตัวอย่างเช่น เวลาที่ลูกค้าเข้ามาจองตั๋วเครื่องบิน  ทาง Counter Tour  Sales/Operator ควรจะมีกระดาษ 1 แผ่น (กระดาษที่ใช้แล้ว) พร้อมดินสอไว้ร่างแผนการเดินทางคร่าวๆ ของลูกค้า Counter Tour Sales/Operator ควรจะถามแขกว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนบ้าง มีที่พักหรือยัง จะพักกี่วัน แล้วจากนั้นจะเดินทางต่อไปไหน อยากไปเที่ยวอะไรบ้าง และท้ายสุดนั้น Counter Tour Sales/Operator ควรจะทราบวันเดินทางกลับของลูกค้าด้วย เหตุผลที่เราต้องร่างแผนการเดินทางของลูกค้าเพราะ

1.       ช่วยวางแผนการเดินทางให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าทราบว่าควรจะใช้เวลาท่องเที่ยวในแต่ละที่นานเท่าไหร่และน่าจะใช้งบมากน้อยแค่ไหน
2.       ทำให้ Counter Tour Sales/Operator สามารถนำเสนอขายสินค้าได้มากกว่า 1 รายการ
3.       ทำให้ Counter Tour Sales/Operator เห็นภาพการเดินทางของลูกค้าตั้งแต่วันแรกจนถึงวันเดินทางกลับซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของลูกค้าไม่มากก็น้อย

     การลงทุนทำธุรกิจนี้เริ่มต้นด้วยเงินเพียงหลักหมื่นถึงหลักแสนเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ที่จะตั้ง Counter Tour สถานที่ เช่น ถ้าตั้งอยู่ในโรงแรม 3 ดาวค่าเช่าก็จะแตกต่างจากโรงแรมระดับ 4-5 ดาว อุปกรณ์ในการทำงาน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสารแบบ Multi Function ค่าตกแต่ง counter ค่าติดตั้งโปรแกรมสำหรับออก Voucher เป็นต้น
 
     การเลือกทำเลที่ตั้ง Counter Tour คือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจนี้และในยุคข้อมูลข่าวสารการทำเว็บไซด์แนะนำสินค้าหรือการใช้ Social Media ก็นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เพิ่มความสำเร็จให้กับผู้ลงทุนได้อีกด้วย

บันทึกโดย
นายแดนดิน